ซื้อข้าวสารไปทำบุญทั้งที มีอะไรต้องดูบ้าง?

0
836

ซื้อข้าวสารไปทำบุญทั้งที มีอะไรต้องดูบ้าง?

คุณใช่มั้ย? ที่อยากร่วมทำบุญบริจาคอะไรสักอย่าง.ซื้อข้าวสารดีมั้ย… เพราะยังไงก็ได้ใช้แน่นอน แถมเก็บไว้ได้นานด้วย.แต่…ซื้อข้าวแบบไหนดีหละ? ไม่รู้เลยไม่ต้องห่วง มาทางนี้…เราจะบอกคุณเองว่า ซื้อข้าวสารไปทำบุญทั้งที มีอะไรต้องดูบ้าง?

บริจาคข้าวสารสักที มีอะไรต้องรู้บ้าง?

1# บริจาคข้าวสาร: ขนาดไหนดี?

ถ้าคุณแน่ใจว่าที่ที่คุณเอาไปบริจาคนั้น

1. มีผู้ชายกล้ามใหญ่บึกบึน (หรือผู้หญิงสัก2-3คน) คอยช่วยยกแน่นอน เช่น วัดหรือมูลนิธิใหญ่ๆ

2. ใช้ข้าวปริมาณมาก สามารถใช้ข้าวถุงขนาด 49 กก หมดได้ภายในเวลา 1-1.5 เดือน

ก็แนะนำจัดถุงใหญ่ (49 กก.) ไปเลยจ้า คือมันคุ้มค่าและถูกกว่าเห็นๆ

.

แต่…ถ้าที่ที่จะไปบริจาคเป็นวัดที่อยู่ต่างจังหวัดที่มีแค่พระไม่กี่รูป หรือมูลนิธิที่มีแค่คนแก่ ผู้หญิง และเด็ก

อันนี้ขอแนะนำเอาขนาดเล็ก (15, 5 กก.) ไปดีกว่าเพราะ

1. สะดวกกับการขนย้ายกว่ามากๆ ถุงขนาดเล็กนี้ ผู้หญิงตัวเล็กหรือเด็กก็สามารถยกเองได้สบาย แค่อาจจะต้องยกกันหลายรอบหน่อย

2. ดูแลรักษาง่าย เพราะแบ่งบรรจุมาในปริมาณที่ใช้หมดในเวลาไม่นาน โอกาสที่ มอด มด ฝุ่น หรือสิ่งสกปรกแปลกปลอมจะลงไปในถุงก็น้อยไปด้วย ผลคือข้าวจะสะอาดสดใหม่ทุกครั้งที่เปิดถุงใช้

3. หากวัดหรือมูลนิธิต้องการแบ่งปันข้าวสารไปให้กับที่ที่ขาดแคลนมากกว่า ก็สามารถยกไปได้ง่ายๆ สะดวกกว่าการต้องมาตักแบ่งจากถุงใหญ่อีกที

2# บริจาคข้าวสาร: ข้าวใหม่หรือข้าวเก่า?

ส่วนมากคนจะนิยมซื้อเป็น “ข้าวเก่า” ไปบริจาคมากที่สุด

เพราะวัดและมูลนิธินั้นมักจะหุงทีเป็นหม้อใหญ่เพื่อจะเลี้ยงคนเยอะๆ

การใช้ “ข้าวเก่า” จะหุงง่ายกว่า ข้าวใหม่หรือข้าวกลางปี โดยสามารถใส่น้ำได้ปริมาณตามต้องการ ไม่ต้องกลัวแฉะ

หุงออกมาแล้วจะมีความขึ้นหม้อ ได้ปริมาณเยอะ และข้าวไม่ติดก้นหม้ออีกด้วย

3# บริจาคข้าวสาร: ชนิดไหนดี?

ข้าวที่นิยมนำไปบริจาคก็มีทั้ง ข้าวหอมมะลิ และ ข้าวขาว

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์และสถานที่รับบริจาค

เช่น บริจาคให้วัด สถานปฎิบัติธรรม คนกินคือพระ ผู้มาปฎิบัติธรรม และญาติโยม อาจจะบริจาคเป็นข้าวหอมมะลิ ที่หุงแล้วนุ่มนวล กินอร่อย เพื่อให้เค้าอิ่มกายอิ่มใจ มีแรงไปสวดมนต์ ไหว้พระ ทำอะไรดีๆต่อไป

หรือถ้าบริจาคให้มูลนิธิช่วยเหลือสัตว์ ให้สุนัข แมว สัตว์จรจัดต่างๆกิน อาจจะบริจาคเป็นข้าวขาว ที่มีหุงขึ้นหม้อได้ปริมาณเหมือนกัน แต่ราคาย่อมเยากว่า

4# บริจาคข้าวสาร: ทำบุญที่ไหนดี?

1.วัด และศาสนสถานอื่นๆ

ทำไม?

-ในวัดจะมีพนง.หรือแผนกที่ดูแลเรื่องการทำบุญโดยเฉพาะ เพียงแค่ติดต่อเข้าไปเค้าก็สามารถบอกคุณได้ว่าควรบริจาคสิ่งไหน เมื่อไหร่ ไปถึงแล้วติดต่อใคร ถือว่าสะดวกและง่ายมาก

-มีวัดกระจายอยู่ทั่วทุกที่ ชุมชน แน่นอนว่าวัดป่า วัดที่อยู่ไกลและขาดแคลนก็ยังมีอีกมากมาย

-ตามต่างจังหวัด วัดคือศูนย์กลางของชุมชน อาจจะมีสถานที่อื่น เช่น สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า สถานสงเคราะห์ ที่ขาดแคลนมากกว่าแล้วไม่ค่อยมีคนรู้ วัดอาจแบ่งปันข้าวสารหรือสิ่งของที่มีอยู่ให้ต่อได้

-นอกจากเลี้ยงพระ เณร ญาติโยมที่มาทำบุญ และลูกศิษย์ลูกหาแล้ว วัดยังเป็นที่พึ่งให้กับคนยากไร้ ที่ไม่มีเงินมากพอจะซื้อหาอาหารประทังชีวิต

-บางวัดนอกจากเป็นสถานที่ทางศาสนาแล้ว ก็ยังเป็นมูลนิธิอีกด้วย ดูแลทั้งเด็กและคนชรา ก็เหมือนบริจาคทีเดียวได้ช่วยถึง2 แห่งเลย

2.มูลนิธิ

ส่วนใหญ่คนที่เลือกบริจาคกับมูลนิธิจะเน้นเรื่องการช่วยเหลือสังคม ผู้ยากไร้ เด็ก และสัตว์ มากกว่า

ทำไม?

-มีความใกล้ชิดกับผู้ที่เดือดร้อนมากกว่าที่อื่น หากคนเหล่านั้นต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน มูลนิธิสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้โดยตรงและทันท่วงที

-ตรวจสอบการทำงานเบื้องต้นของมูลนิธิได้ด้วยตนเอง คือสามารถสอบถามและขอเข้าไปเยี่ยมชมดูการทำงานได้ ว่าสถานที่เป็นอย่างไร ดูแลกันแบบไหน บริจาคแล้วจะไปถึงส่วนใดบ้าง

-เลือกบริจาคได้ตามความต้องการ ความศรัทธา และความสบายใจ เพราะแต่ละที่ก็จะประกาศจุดประสงค์เลยว่าตั้งขึ้นมาเพื่ออะไรและช่วยเหลือใคร เช่นคนท้องที่กำลังอินกับเรื่องเด็กเป็นพิเศษ อาจจะบริจาคให้บ้านเด็กอ่อน เด็กพิการอะไรก็ว่าไป

3.สถานปฏิบัติธรรมและโรงทาน

จุดประสงค์ของสถานที่เหล่านี้คือการทำบุญร่วมกัน เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคของ ลงแรงปรุงอาหาร หรือ ช่วยอำนวยความสะดวกด้านอื่นๆ เรียกว่ามีอะไรก็เอามาช่วยกันได้หมด

สำหรับคนที่อาจจะมีทุนทรัพย์ไม่มาก ก็สามารถร่วมทำบุญสมทบทุนกับเจ้าภาพคนอื่นได้

ไม่ว่าจะเป็นของชนิดไหน ปริมาณเท่าไหร่ก็ไม่สำคัญเท่ากับ

“ความตั้งใจดี” ที่อยากแบ่งปันให้กับเพื่อนร่วมโลก

“สุขจากการให้ อิ่มใจกว่าการได้รับ” คำนี้มันจริงที่สุด

ให้การทำบุญครั้งนี้ เป็นโอกาสให้คุณได้อิ่มอกอิ่มใจจากการแบ่งปันกันเถอะ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here